รายการโคแฟคสนทนา: รวมพลคนเช็กข่าว EP.28 จัดเสวนาหัวข้อ “Love or Lie? เปิดโปง Romance Scam รับ Valentine” เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีสุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง COFACT และ พ.ต.ท.หญิง เพรียบพร้อม เมฆิยานนท์ รองผู้กำกับฝ่ายกิจการต่างประเทศ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (CCIB) ร่วมพูดคุยถึงภัยออนไลน์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในปัจจุบัน โดยมี สุชัย เจริญมุขยนันท เป็นผู้ดำเนินรายการ
สุภิญญา กลางณรงค์ เปิดเผยว่าภัยจากการหลอกลวงให้รักทางออนไลน์ หรือ Romance Scam เป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิดและเกิดขึ้นกับคนทุกวัย ไม่ใช่แค่เด็กหรือวัยรุ่น แต่รวมถึงกลุ่มผู้ทำงานและผู้สูงอายุที่ใช้โซเชียลมีเดียอยู่บ้านเพียงลำพัง โดยเหยื่อหลายรายมักไม่กล้าแจ้งความเนื่องจากความเขินอายเมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอก พร้อมย้ำเตือนว่าผู้ที่ใช้ความเหงาเป็นช่องทางเข้าหาผู้อื่นในโลกออนไลน์ต้องระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากคนร้ายมักใช้จิตวิทยาในการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายเพื่อให้เข้าถึงความรู้สึกได้ง่ายขึ้น
ด้าน พ.ต.ท.หญิง เพรียบพร้อม เมฆิยานนท์ ให้ข้อมูลว่ากลโกงหลักของมิจฉาชีพคือการสร้างโปรไฟล์ที่ดูดีเกินจริง (Perfect Profile) เช่น อาชีพหมอ วิศวกร หรือทหารต่างชาติ แล้วเริ่มกระบวนการ “Love Bombing” หรือการระดมสาดความรักใส่เหยื่ออย่างหนักในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อให้เหยื่อรู้สึกว่าเป็นเนื้อคู่ที่รอคอยมานาน ปัจจุบันคนร้ายยังมีการนำ AI มาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลเหยื่อจากโซเชียลมีเดียที่เปิดเป็นสาธารณะ และใช้ AI Generate ข้อความสนทนาให้ดูเข้าอกเข้าใจเหยื่ออย่างแนบเนียนจนผิดสังเกต
สำหรับรูปแบบการหลอกลวงในปัจจุบันได้พัฒนาจาก Romance Scam แบบเดิมที่หลอกโอนเงินตรงๆ ไปสู่ “Hybrid Scam” ซึ่งเป็นการหลอกให้รักควบคู่ไปกับการหลอกให้ลงทุน โดยคนร้ายจะใช้เวลาสร้างความเชื่อใจนานเป็นเดือนเหมือนการ “เลี้ยงหมู” ก่อนจะชักชวนให้ลงทุนในแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ปลอมที่สร้างขึ้นมาอย่างสมจริง นอกจากนี้ยังมีกรณี “Sextortion” หรือการหลอกให้ถ่าพ
ภาพนู้ดหรือวิดีโออนาจารเพื่อนำมาใช้แบล็กเมล์เรียกเงินในภายหลัง ซึ่งเป็นกรณีที่พบได้บ่อยมากในปัจจุบัน
พ.ต.ท. หญิง เพรียบพร้อม แนะนำวิธีป้องกันว่า หากพบโปรไฟล์ที่ดูดีเกินจริง หรือการสนทนาที่รวดเร็วผิดวิสัยให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสแกมเมอร์ ประชาชนสามารถใช้เครื่องมืออย่าง “Reverse Image Search” เพื่อตรวจสอบที่มาของรูปภาพ หรือนำบทสนทนาที่น่าสงสัยไปสอบถาม AI เพื่อช่วยวิเคราะห์ว่าเป็นข้อความจากมิจฉาชีพหรือไม่ ทั้งนี้หากพลาดโอนเงินไปแล้ว ความเร็วคือหัวใจสำคัญที่สุด โดยต้องรีบติดต่อสายด่วน 1441 ของตำรวจไซเบอร์ หรือติดต่อธนาคารทันทีเพื่อขออายัดบัญชี ซึ่งที่ผ่านมาโครงการ Money Cash Back สามารถติดตามเงินคืนให้เหยื่อได้กว่า 200 ล้านบาทภายใน 3 เดือน แต่ต้องทำในขณะที่เงินยังอยู่ในระบบบัญชีม้า
ท้ายที่สุด ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองท่านฝากข้อคิดเตือนใจในช่วงวันวาเลนไทน์ว่า “ความรักต้องใช้เวลา” และ “รักต้องไม่ใช้เงินนำทาง” หากมีการร้องขอเรื่องผลประโยชน์หรือเรื่องทางเพศให้รีบมีสติและตัดวงจรทันที พร้อมแนะนำให้คนในครอบครัวช่วยกันดูแลผู้สูงอายุเรื่องการใช้แอปพลิเคชันทางการเงินเพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง
หากท่านสงสัยว่ากำลังตกเป็นเหยื่อ สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง

