COFACT สนทนาเปิดประเด็นท้าทายความเชื่อเรื่องการกินในโลกยุคใหม่ “อาจารย์สง่า” ชี้ความอร่อยมักมาพร้อม “ภาพลวงตา” ที่ทำลายสุขภาพเผยเคล็ดลับสูตร 661 คัมภีร์ต้านโรค NCDs พร้อมเตือนสติคนไทยอย่าตกเป็นเหยื่อข่าวลวงด้านอาหารในโซเชียลมีเดีย
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 รายการโคแฟคสนทนา: รวมพลคนเช็กข่าว ได้จัดเสวนาในหัวข้อ “ทบทวนมายาคติ กินดีอยู่ดี ยากแค่ไหนในโลกยุคนี้” โดยมีคุณสุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง COFACT และอาจารย์สง่า ดามาพงษ์ ที่ปรึกษากรมอนามัย และผู้ทรงคุณวุฒิด้านโภชนาการ สสส. มาร่วมวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยในปัจจุบันที่เสี่ยงต่อกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ ได้อธิบายถึงนิยามของ “มายาคติการกิน” ว่าคือความเชื่อที่เป็นภาพลวงตา โดยเฉพาะความอร่อยที่ซ่อนอันตรายจากความหวาน มัน และเค็มจัด เอาไว้ อย่างเช่นในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผู้คนมักนำอาหารเซ่นไหว้มารับประทานต่อ ด้วยความเชื่อว่าเป็นสิริมงคล แต่กลับละเลยเรื่องสารตกค้างจากยาฆ่าแมลงในเปลือกส้ม หรือโซเดียมในไก่ ที่ส่งผลกระทบต่อไต และความดันโลหิตสูง โดยอาจารย์ย้ำว่า พฤติกรรม “กระแทกน้ำปลาในก๋วยเตี๋ยว” หรือการปรุงรสเพิ่มโดยไม่ชิม เป็นตัวอย่างชัดเจนของมายาคติที่นำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บ
สำหรับการปรับตัวเพื่อสุขภาพที่ดี อาจารย์สง่าได้นำเสนอสูตร “661” ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ผ่านการวิจัยจากองค์การอนามัยโลกและกรมอนามัย คือในหนึ่งวันควรบริโภคน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชา น้ำมันไม่เกิน 6 ช้อนชา และเกลือไม่เกิน 1 ช้อนชา (หรือน้ำปลาไม่เกิน 4 ช้อนชา) แม้ปัจจุบันคนไทยจะบริโภคน้ำตาลเฉลี่ยสูงถึง 21 ช้อนชาต่อวัน จากเครื่องดื่มและขนมหวาน แต่อาจารย์ชี้ว่าเราสามารถปรับเปลี่ยนได้โดยเริ่มจากจุดเล็กๆ เช่น การสั่งกาแฟดำ หรือลดการปรุงรสในก๋วยเตี๋ยวลงทีละน้อยจนกลายเป็นนิสัย
นอกจากนี้ อาจารย์สง่าได้แก้มายาคติที่ว่า “อาหารสุขภาพต้องราคาแพง” โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง อาหารสุขภาพราคาถูกมีอยู่ทั่วไป เช่น ก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชามที่มีสารอาหารครบ 5 หมู่ หรือแม้แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหากนำมาต้มแล้วใส่ไข่และผักเพิ่มเข้าไปก็ถือเป็นอาหารที่ใช้ได้ สิ่งสำคัญคือการเลือกทานให้ครบ 5 หมู่ และเลี่ยงรสหวาน มัน เค็ม สำหรับกลุ่มคนเมืองที่พึ่งพาบริการเดลิเวอรี่ อาจารย์แนะนำว่าควรมีสติในการสั่งอาหาร โดยสั่งเมนูผักเพิ่ม หรือทานผลไม้สดอย่างกล้วยน้ำว้าหรือแอปเปิ้ลตามหลังมื้ออาหารเพื่อเพิ่มกากใยและวิตามิน
ในช่วงท้ายของการสนทนา คุณสุภิญญา กลางณรงค์ ได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องการรับข้อมูลข่าวสารด้านอาหารที่มักมีความเชื่อผิดๆ แพร่กระจายในโซเชียลมีเดีย ซึ่งอาจารย์สง่าได้ให้คำแนะนำว่าก่อนจะเชื่อหรือแชร์ข้อมูลใดๆ ควรตั้งสติและตรวจสอบแหล่งที่มาว่ามาจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้หรือไม่ เช่น กรมอนามัย สสส. หรือโรงพยาบาลหลักๆ พร้อมทิ้งท้ายว่าการจะกินดีอยู่ดีในยุคนี้ไม่ได้อาศัยเพียงแค่ “สตางค์” แต่ต้องอาศัย “สติ” เพื่อเอาชนะกิเลสและความคุ้นชินเดิมๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงในอนาคต

