ข่าวด่วน
Tue. Jul 14th, 2026
Ubon Ratchathani Geopark

อุบลราชธานี รายการ UbonLive ช่วง Ubon Ratchathani Geopark ตอน Youth Guide ออกอากาศเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ได้ร่วมพูดคุยกับคณะครูและตัวแทนเยาวชนจากศูนย์การเรียนรู้อุทยานธรณี โรงเรียนเหล่างามพิทยาคม อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ถึงความคืบหน้าและการเตรียมความพร้อมของชุมชนในการผลักดันอุทยานธรณีอุบลราชธานีสู่การรับรองเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก (UNESCO Global Geopark) หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้เสนอชื่อไปเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการยกระดับจากอุทยานธรณีระดับประเทศสู่ระดับสากล โดยมีเครือข่ายสื่อมวลชนร่วมถ่ายทอดสดอย่างกว้างขวาง ทั้งเพจอุทยานธรณีอุบลราชธานี, อยู่ดีมีแฮง, วารินชำราบบ้านเฮา, VR CableTV และมี UbonConnect เป็นแม่ข่ายหลัก

ครูจิรภัทร สุภารัตน์ หรือครูพัด ครูโรงเรียนเหล่างามพิทยาคมและคณะทำงานอุบลราชธานีจีโอพาร์คด้านแหล่งเรียนรู้ ได้เปิดเผยถึงความเป็นมาว่า โรงเรียนตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานธรณีอุบลราชธานี ซึ่งครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของ 4 อำเภอริมแม่น้ำโขง ได้แก่ อำเภอโพธิ์ไทร อำเภอศรีเมืองใหม่ อำเภอโขงเจียม และอำเภอสิรินธร โดยในส่วนของอำเภอโพธิ์ไทรครอบคลุม 3 ตำบล คือ ตำบลสองคอน ตำบลเหล่างาม และตำบลสำโรง 

ทางโรงเรียนได้ร่วมขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 ที่เดิมใช้ชื่ออุทยานธรณีผาชันสามพันโบก ก่อนจะประเมินขึ้นเป็นอุทยานธรณีประเทศไทย จากนั้นได้พัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นและชุดกิจกรรมการสอนอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งปี พ.ศ. 2565 ได้พัฒนาสื่อการสอนเป็น e-book และทดลองใช้ในปีการศึกษา พ.ศ. 2566 จนได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ นอกจากนี้ยังได้รับงบประมาณสนับสนุนสื่อการเรียนรู้จากกรมทรัพยากรธรณี เขต 2 ขอนแก่น และเข้าร่วมเป็นสถานศึกษานำร่องพื้นที่นวัตกรรม บูรณาการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักท้องถิ่น มีทักษะอาชีพ และอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้อุทยานธรณีอุบลราชธานีถือเป็นอุทยานธรณีท้องถิ่นแห่งแรกของประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 โดยมีจุดเด่นคือก่อตัวและเริ่มขับเคลื่อนจากระดับฐานรากหรือชุมชนขึ้นมาสู่ด้านบน

ด้านการบ่มเพาะเยาวชน ครูจิรภัทรได้ชื่นชมโรงเรียนบ้านโป่งเป้าในพื้นที่สามพันโบก ที่เป็นต้นทางในการฝึกฝนทักษะยุวมัคคุเทศก์ให้แก่เด็ก ๆ ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ก่อนที่โรงเรียนเหล่างามพิทยาคมจะรับช่วงต่อเพื่อเสริมประสบการณ์และพาไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 

โดย นายธนภัทร สุปัตติ หรือน้องบอล นักเรียนชั้น ม.4 และเด็กหญิงอรอุมา สีดาเลิศ หรือน้องพลอย นักเรียนชั้น ม.1 ยุวมัคคุเทศก์ประจำชมรม ได้ร่วมอธิบายความหมายของอุทยานธรณี 

น้องบอลระบุว่า คือแหล่งที่รวมภูมิประเทศที่มีความสำคัญ มีการส่งเสริมพัฒนาด้านการอนุรักษ์ การศึกษา และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ขณะที่น้องพลอยเสริมว่า คือพื้นที่ที่รวมเอาความมหัศจรรย์ของแผ่นดินและวิถีชีวิตคนในชุมชนเข้าไว้ด้วยกัน สำหรับจุดเด่นในพื้นที่อำเภอโพธิ์ไทรนั้นมีความโดดเด่นทางด้านธรณีสัณฐานที่เกิดจากการกัดเซาะของกระแสน้ำนับ 100 ล้านปี เกิดเป็นโบกหรือแอ่งหินรูปร่างแปลกตา เช่น สระน้ำมรกต หินหัวใจคู่ หินหัวสุนัข และโบกมิกกี้เมาส์

นอกจากนี้น้องบอลยังได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวนั่งเรือชมธรรมชาติแม่น้ำโขงว่า มี 2 ระยะ คือ ระยะทางไป-กลับ 5 กิโลเมตร ราคา 500 บาท ซึ่งจะได้ชมอ่างศิลาเลขที่ทหารฝรั่งเศสแกะสลักไว้วัดระดับน้ำช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ชมหาดทรายขาว หินที่มีแร่ธาตุหลายชนิด และหินปะการังที่เกิดจากกระแสน้ำกัดเซาะ ส่วนระยะทางไป-กลับ 10 กิโลเมตร ราคา 1,000 บาท จะได้ไปชมหน้าผาวัดใจและปากบ้อง ซึ่งปากบ้องเป็นจุดที่แคบที่สุดของแม่น้ำโขง มีความกว้างเพียง 50 เมตร สองฝั่งเป็นหน้าผาสูงชัน และเป็นจุดสำคัญที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตชุมชนในการใช้ “ตุ้ม” ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านในการตักปลา นำมาสู่ประเพณีตักปลาประจำปีในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม แต่ในปีนี้สภาพอากาศร้อนจัด ทางชุมชนจึงปรับเลื่อนมาจัดในเดือนพฤษภาคม เพื่อให้นักเรียนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมด้วย

ครูจิรภัทรยังได้ขยายความถึงแหล่งท่องเที่ยวในตำบลสำโรงเพิ่มเติมว่า มีเสาเฉลียงยักษ์ ซึ่งเป็นเสาหินทรายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ตั้งอยู่ที่บ้านผาชัน โดยจุดนี้จะอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงและจะโผล่ให้เห็นในช่วงน้ำลดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อล่วงหน้าผ่าน อบต.สำโรง หรือโรงเรียนเหล่างามพิทยาคมเพื่อประสานงานได้ เนื่องจากยังไม่มีมัคคุเทศก์ประจำเหมือนตำบลสองคอนที่มีผู้นำเที่ยวท้องถิ่นและรถเรือบริการที่สามพันโบก 

นอกจากนี้ ตำบลสำโรงยังเป็นต้นแบบการบริหารจัดการน้ำธรรมชาติเนื่องจากสภาพธรณีไม่สามารถเจาะน้ำบาดาลได้ และมีป่าชุมชนภูหินเหล็กไฟที่เป็นต้นแบบการจัดการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมโดยใช้ปราชญ์ชาวบ้าน จนได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวอย่างต่อเนื่องและได้รับรางวัลยั่งยืนในปัจจุบัน สำหรับช่วงเวลาท่องเที่ยวสามพันโบกที่เหมาะสม น้องบอลแนะนำให้มาช่วงหน้าแล้ง ประมาณเวลา 16.00–18.00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงแดดร้อนและได้ถ่ายรูปทัศนียภาพที่สวยงาม ขณะที่ครูจิรภัทรเสริมว่าสามารถมาพักค้างคืนแล้วลงเรือชมธรรมชาติในช่วงเช้าหรือเย็นจะดีที่สุด พร้อมยืนยันว่าปัจจุบันเส้นทางถนนเข้าสู่สามพันโบกได้รับการปรับปรุงดีแล้ว

ในช่วงท้ายของการพูดคุย ทุกฝ่ายได้สะท้อนถึงประโยชน์ที่จะได้รับหากอุทยานธรณีอุบลราชธานีได้ยกฐานะเป็นอุทยานธรณีโลก โดยน้องบอลกล่าวว่าจะช่วยให้พื้นที่เป็นที่รู้จักมากขึ้น นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามา ส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติและวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน ทำให้คนในชุมชนภาคภูมิใจและร่วมกันดูแลรักษาเพื่อสืบทอดสู่คนรุ่นหลัง ส่

วนน้องพลอยระบุว่า ชุมชนจะได้ห้องเรียนธรรมชาติที่กว้างกว่าเดิม ได้เปิดโลกความรู้ ได้ฝึกทักษะชีวิต สร้างรายได้ และสร้างความภาคภูมิใจในบ้านเกิด ทางด้านครูจิรภัทรกล่าวเสริมในนามตัวแทนชุมชนว่า ขณะนี้ทั้ง 3 ตำบลในอำเภอโพธิ์ไทรรวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งและพร้อมร่วมเป็นกลไกขับเคลื่อนเต็มที่ ซึ่งการเป็นอุทยานธรณีโลกจะช่วยเพิ่มรายได้ให้ชุมชนอย่างแน่นอน 

นอกจากนี้ พี่สุชาดา ผู้ประสานงานกิจกรรม ได้ส่งข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางคอมเมนต์ว่า ประโยชน์สำคัญอีกประการคือ อุบลราชธานีจะได้เข้าร่วมเป็นเครือข่ายกับอุทยานธรณีโลกอื่น ๆ อีกกว่า 200 แห่ง จาก 50 ประเทศทั่วโลก เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมและการบริหารจัดการร่วมกัน ทั้งนี้ 

ในส่วนของกระบวนการถัดไปหากผ่านการพิจารณาด้านเอกสาร คณะกรรมการจากยูเนสโกจะลงตรวจประเมินภาคสนาม ซึ่งครูจิรภัทรได้ฝากถึงคนไทยและชาวอุบลราชธานีให้ช่วยกันสร้างการรับรู้ เข้ามาท่องเที่ยวเรียนรู้เชิงธรณีอย่างมีส่วนร่วมและรับผิดชอบ ไม่ทิ้งขยะ ไม่เก็บหินกลับไป เพื่อร่วมกันผลักดันและรักษาคุณค่าของพื้นที่ให้อยู่เยียดยาวต่อไป

ติดตามสถานการณ์ อุทยานธรณีอุบลราชธานีได้ที่ Facebook : Ubon Ratchathani Geopark – อุทยานธรณี อุบลราชธานี 

E-BOOK : Welcome To Ubon ratchathani Geopark

Related Post