ข่าวด่วน
Fri. Apr 3rd, 2026
สแกมเมอร์

รายการ “เตือนภัยไซเบอร์” วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ร่วมสนทนากับนางสุธิวา บุญวัง หรือ “ครูอ้อย” ผู้ประกอบการค้าขายข้ามพรมแดนไทย-ลาว ซึ่งตกเป็นเหยื่อทางอ้อมจากการถูกอายัดบัญชีธนาคารทุกบัญชีนานกว่า 6 เดือน สูญเสียสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนัก แม้สุดท้ายได้รับการปลดล็อกแต่ยังถูกจำกัดวงเงินโอนวันละ 10,000 บาท

ครูอ้อยเล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นราวเดือนพฤษภาคม 2568 ได้รับข้อความแจ้งเตือนทาง LINE จากธนาคารว่าบัญชีถูกอายัดทั้งหมด ไม่สามารถทำธุรกรรมใดๆ ได้ “บัญชีโดนหมดเลยทุกบัญชีที่เป็นชื่อเราโดนหมด ถูกอายัดหมดเลย” เธอระบุว่า บัญชีเธอ ไม่ใช่บัญชีม้าแน่นอน เนื่องจากประกอบอาชีพค้าขายสุจริตและทำงานภาคประชาสังคม

เมื่อติดต่อธนาคาร เจ้าหน้าที่จะให้โค้ดตัวเลขกว่า 10 หลักเพื่อโทรสอบถามสำนักงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สพท.) ซึ่งแจ้งว่ามีหมายอายัดจาก สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส โดยร้อยเวรเจ้าของคดีระบุว่ามีผู้เสียหายโอนเงิน 1,500 บาทเข้าบัญชีของเธอ แจ้งความว่าเป็นบัญชีที่ถูกหลอกให้โอนมา ทุกบัญชีที่มีชื่อครูอ้อยจึงถูกอายัดทั้งหมด เพราะต้องสงสัยว่าเป็นบัญชีม้า”

ครูอ้อยติดตามเรื่องด้วยตนเอง เดินทางจากอุบลราชธานีไป สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส พบน้องผู้เสียหายซึ่งเป็นนักเรียน ม.6 ในพื้นที่บาเจาะ น้องเล่าว่าถูกหลอกจากแอปกู้เงินที่เด้งขึ้นใน Facebook ต้องโอนค่าธรรมเนียม 1,500 บาทเข้าบัญชีของครูอ้อย ก่อนได้รับเงินกู้ แต่สุดท้ายไม่ได้เงิน และถูกหลอกรอบสองอีก 20,000 บาทจาก “ทนายปลอม” ที่รีวิวในแอปเดียวกัน 

น้องเล่าว่าเขาถูกหลอกจากแอปกู้เงิน ไม่คิดจะแจ้งความเพราะจำนวนเงินไม่มาก แต่ถูกหลอกรอบ 2 เสียเป็นหมื่น จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ

พอแจ้งความ บัญชีของครูอ้อย จึงถูกอายัดทันที ซึ่งบัญชีดังกล่าวเป็นบัญชีเฉพาะสำหรับค้าขายกับลูกค้าฝั่งลาวมานานกว่า 10 ปี โดยมีศูนย์รับออเดอร์ในลาวโอนเงินเข้าบัญชีไทยก่อนส่งสินค้า ครูอ้อยสงสัยว่าเลขบัญชีรั่วไหลได้อย่างไร เพราะมิจฉาชีพใช้บัญชีนี้หลอกเหยื่อ คาดว่าอาจไปรับเงินสดที่ลาวผ่านตัวกลางก็ได้ และอาจเป็นความซับซ้อนคือโอนเงินหลอกไปหลาย ๆ บัญชี ทั้งนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด 

ระหว่างถูกอายัด ครูอ้อยเครียดหนัก นอนไม่หลับ ร้องไห้ เดินทางไปตามเรื่องที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะและ สภ.บาเจาะหลายครั้ง “เราเดินทางจากอุบลราชธานีไปสถานีตำรวจเพื่อยืนยันว่าเราบริสุทธิ์เราไม่ใช่โจร ถ้าโจรจะนั่งเครื่องนั่งรถไปไกลถึงนราธิวาสใช่ไหม” 

เธอวิจารณ์เจ้าหน้าที่ธนาคารและตำรวจบางส่วนที่กล่าวหาว่า “ให้คนใช้บัญชี” โดยไม่พิจารณา พฤติกรรมลูกค้ายาวนาน 10-20 ปี ซึ่งมีเงินหมุนเวียนหลักหมื่นบาทปกติ “ธนาคารไม่ได้เซฟเราเลย บอกว่าเราผิดหมดทั้งๆที่จริงๆน่ะเรื่องของพฤติกรรมลูกค้ามันก็น่าจะมีประโยชน์มีความสำคัญบ้าง”

กระบวนการปลดล็อกใช้เวลา 4-6 เดือน เริ่มจากน้องผู้เสียหายถอนแจ้งความ สภ.บาเจาะ ทำหนังสือปลดอายัดส่งธนาคารสำนักงานใหญ่ จากนั้นรอ สพท. ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ปัจจุบันบัญชีปลดล็อกแล้ว ทราบจากการแจ้งจากทางไลน์ธนาคาร แต่จำกัดโอนวันละ 10,000 บาท ต้องยื่นเอกสารทะเบียนการค้า ประวัติภาษี เพื่อขอปลดล็อกเพิ่ม ครูอ้อยปิดบัญชีเก่า ไม่กล้าค้าขายข้ามชาติต่อ สูญเสียรายได้ 5 เดือนจนแทบเอาชีวิตไม่รอด

รายการฯสรุปบทเรียนจากครูอ้อย

  1. หากมีเงินโอนเข้าบัญชีไม่รู้ที่มาอย่าประมาท – สมัยนี้ต้องตรวจสอบยอดเงินที่โอนเข้ามา แม้ ยอดจำนวนเล็กน้อย เมื่อมีเงินโอนเข้าบัญชีโดยไม่ทราบที่มา ห้าม นำเงินไปใช้เอง หรือโอนคืนให้ใครทันที ให้รีบติดต่อธนาคารของตนเองเพื่อขอตรวจสอบ และหากกังวลให้แจ้งความกับตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐาน เพื่อป้องกันการเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการที่ผิดกฎหมาย ทำให้บัญชีเรากลายเป็นบัญชีม้าโดยไม่รู้ตัว
  2. สงสัยไว้ก่อน – หากได้รับแจ้งอายัดบัญชี ติดต่อธนาคารโดยตรง
  3. ป้องกันบัญชีรั่วไหล – หลีกเลี่ยงแชร์บัญชีร่วม แม้ญาติสนิท และตรวจสอบกล้องวงจรปิดลูกค้าในวันเวลานั้นทันทีหากสงสัย  
  4. หากถูกอายัด – เดินทางพบผู้เสียหายและตำรวจด้วยตนเองเพื่อให้ถอนแจ้งความ รวบรวมหลักฐานพฤติกรรมสุจริตย้อนหลังเพื่อยื่นปลดล็อก  
  5. ระวังแอปกู้เงินเฟซบุ๊ก – อย่าโอนค่าธรรมเนียมล่วงหน้า ตรวจสอบรีวิวและทนายปลอมให้ละเอียด

Related Post