ข่าวด่วน
Fri. Apr 3rd, 2026
pm2.5

อุบลราชธานี – ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพของประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานี โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลทำนา กำลังได้รับทางออกที่เป็นรูปธรรมจากการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาคเอกชนและชุมชน โดยล่าสุดในรายการ Ubonlive ภาคพิเศษ หัวข้อ “ไม่เผาฟางแล้วให้ทำไง: ฟางขายได้ไม่ต้องเผา” สุชัย เจริญมุขยนันท ผู้ดำเนินรายการ ได้ร่วมพูดคุยกับ นายปรีชาชาญ เจริญนิตย์ ผู้จัดการ Authorized Dealer บริษัท คูโบต้าเจริญชัยอุบลราชธานี จำกัด ถึงความสำเร็จในการเปลี่ยนทัศนคติเกษตรกรจากการเผาสู่การสร้างรายได้

ปรีชาชาญเปิดเผยว่า ที่ผ่านมากลุ่มรถไถมักตกเป็นจำเลยสังคมว่าส่งเสริมให้เผาฟางเพื่อให้ไถนาได้ง่ายขึ้น แต่ในความเป็นจริง รถแทรกเตอร์คูโบต้าสมัยใหม่มีกำลังแรงม้าและอุปกรณ์ต่อพ่วงที่สามารถพลิกหน้าดินได้โดยไม่ต้องเผา ทางบริษัทแม่คือสยามคูโบต้าจึงได้เริ่มโครงการ “Zero Burn” หรือเกษตรปลอดการเผา และมีการทำ MOU ร่วมกับจังหวัดอุบลราชธานี โดยนายสมชาติ พงคพนาไกร ประธานบริษัทคูโบต้าเจริญชัยอุบลราชธานี ได้สั่งการให้ตั้งทีมงานเฉพาะกิจเพื่อลงพื้นที่ช่วยเหลือสังคมอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากการใช้ข้อมูลดาวเทียม GISTDA ตรวจสอบจุดความร้อน (Hotspot) เพื่อค้นหาพื้นที่ที่มีการเผาสูงสุด

จากการตรวจสอบพบว่า ตำบลบ้านไทย อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพื้นที่ที่มีจุดความร้อนสูงที่สุดและเป็นแชมป์การเผาติดต่อกันถึง 3 ปีซ้อน ทางทีมงานจึงตัดสินใจเลือกพื้นที่นี้เป็นโมเดลท้าทาย โดยเริ่มจากการจัดเวทีเสวนาลงลึกถึงระดับชุมชนเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ผู้จัดการระบุว่าอุปสรรคสำคัญคือเกษตรกรกังวลเรื่องต้นทุนและเวลาที่เพิ่มขึ้นจากการไม่เผา ทางคูโบต้าจึงเสนอทางออกด้วยการอัดฟางก้อน ซึ่งนอกจากจะช่วยจัดการเศษวัสดุในนาได้แล้ว ยังสร้างรายได้เพิ่มจากการขายฟางได้ก้อนละประมาณ 35 บาท หากนา 1 ไร่อัดได้ 25 ก้อน เกษตรกรจะมีรายได้เสริมที่มั่นคงกว่าการเผาทิ้งเปล่า ๆ

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากเครื่องจักรเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการใช้ “นวัตกรรมทางสังคม” โดยมีการทำ MOU ระดับตำบลร่วมกับผู้นำชุมชน 12 หมู่บ้านในตำบลบ้านไทย และที่น่าสนใจคือการจัดกิจกรรม “ผ้าป่าบิณฑบาตการเผา” โดยร่วมกับภาคศาสนา ให้เกษตรกรนำโฉนดที่ดินมาแจ้งเจตจำนงถวายสัตยาบันต่อเจ้าอาวาสว่าจะไม่เผาป่าและนาข้าว ซึ่งได้รับยอดผ้าป่าที่ดินรวมกว่า 13,000 ไร่ จาก 800 กว่าครัวเรือน นอกจากนี้ยังมีการบูรณาการกับปศุสัตว์จังหวัดและผู้ประกอบการเลี้ยงโคนมเพื่อรับซื้อฟางก้อน ทำให้เกิดวงจรเศรษฐกิจต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ปรีชาชาญกล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า ผลจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2568 พบว่าจุดความร้อนในพื้นที่ตำบลบ้านไทยลดลงจนเป็นศูนย์ ส่งผลให้ตำบลบ้านไทยได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ระดับประเทศ ในฐานะสุดยอดชุมชนเกษตรปลอดการเผา เปลี่ยนภาพลักษณ์จากแชมป์เผา 3 ปีซ้อนสู่ต้นแบบความยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ยังมีจุดที่ต้องพัฒนาต่อคือการส่งเสริมเกษตรหลังนาเพื่อลดความเสี่ยงไฟลามทุ่ง และการสนับสนุนให้กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่เข้าถึงเครื่องจักรกลเกษตรผ่านงบประมาณภาครัฐ

สำหรับเกษตรกรที่กังวลเรื่องการลงทุนเครื่องจักร นายปรีชาชาญให้ข้อมูลทิ้งท้ายว่าปัจจุบันมีบริการรับจ้างอัดฟางในราคาเพียงก้อนละ 12 บาท ซึ่งคุ้มค่ากว่าการเผาที่ทำลายสารอาหารในดิน โดยฟางข้าว 1 ไร่สามารถเปลี่ยนเป็นปุ๋ยธรรมชาติได้ถึง 650 กิโลกรัม ช่วยลดค่าใช้จ่ายปุ๋ยเคมีในระยะยาว ทั้งนี้ คูโบต้าเจริญชัยมีโครงการจะขยายโมเดลนี้ไปยังอำเภอเดชอุดมและบุณฑริกในปี 2569 เพื่อสร้างเกราะป้องกันฝุ่น PM 2.5 ให้กับคนอุบลราชธานีอย่างยั่งยืน โดยเน้นย้ำว่ารถคูโบต้าไม่ใช่ต้นตอของการเผา แต่เป็นเครื่องมือในการทำเกษตรประณีตที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

Related Post