ข่าวด่วน
Wed. Apr 22nd, 2026
EV

เครือข่ายโคแฟค (Cofact) จัดเสวนาออนไลน์ “โคแฟคสนทนา: รวมพลคนเช็กข่าว” ครั้งที่ 37 ในหัวข้อ “จริงหรือไม่ รถไฟฟ้าไม่ก่อมลพิษ?” เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงท่ามกลางกระแสความขัดแย้งในสื่อสังคมออนไลน์ระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนและผู้ที่ตั้งคำถามต่อการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยมีพลินี เสริมสินสิริ ผู้ประสานงานโคแฟค ประเทศไทย ชนาภรณ์ ผมเงิน เครือข่าย Cofact และดำเนินรายการโดยสุชัย เจริญมุขยนันท

ชนาภรณ์ ผมเงิน ในฐานะผู้สืบค้นข้อมูล เปิดเผยว่าจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบมาจากกระแสในโซเชียลมีเดียที่มักกล่าวอ้างว่ารถยนต์ไฟฟ้าดีกว่ารถยนต์สันดาปเพราะไม่ก่อมลพิษเลย โดยเฉพาะในช่วงราคาน้ำมันแพงที่ทำให้คนสนใจเปลี่ยนมาใช้ EV มากขึ้น จากการตรวจสอบข้อมูลทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงรายงานจากหน่วยงานสิ่งแวดล้อมและพลังงานระดับนานาชาติอย่าง IRIN และ EDF พบว่าประเด็นดังกล่าว “เป็นจริงบางส่วน” โดยต้องพิจารณาผ่านวงจรชีวิตของรถ (Life Cycle) ทั้งหมด ไม่ใช่แค่ขณะขับขี่

ในประเด็นเรื่องไอเสียนั้น คุณชนาภรณ์ยืนยันว่ารถยนต์ไฟฟ้าไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือฝุ่น PM 2.5 จากท่อไอเสียระหว่างการขับขี่จริง ซึ่งช่วยลดมลพิษทางอากาศในเขตเมืองได้ แต่หากมองภาพรวมถึงกระบวนการผลิต พบว่ายังมีมลพิษแฝงอยู่มาก ตั้งแต่การผลิตกระแสไฟฟ้าที่หากมาจากโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือก๊าซธรรมชาติ ก็ยังมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่ รวมถึงกระบวนการผลิตแบตเตอรี่ที่ต้องใช้แร่ธาตุสำคัญอย่างนิกเกิลและโคบอลต์ ซึ่งต้องใช้พลังงานสูงในเหมืองแร่และก่อให้เกิดมลพิษ นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องฝุ่นละอองจากยางรถยนต์และผ้าเบรกที่ยังคงมีอยู่ไม่ต่างจากรถยนต์ทั่วไป เนื่องจากการสึกหรอระหว่างใช้งาน

ด้านพลินี เสริมสินสิริ ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ข้อมูลนี้ต้องแยกเป็น 2 ระดับ คือระดับไมโครที่ตัวรถเองนั้นไม่ปล่อยมลพิษขณะวิ่งแน่นอน แต่ในระดับแม็คโครหรือภาพใหญ่ในเชิงอุตสาหกรรมยังคงมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอยู่ การจะสรุปว่ารถไฟฟ้าไม่ปล่อยมลพิษเลยจึงเป็นการเหมา รวมที่ไม่ถูกต้องทั้งหมด ทางโคแฟคจึงให้เรตติ้งข้อมูลนี้อยู่ในระดับ “สีเหลืองส้ม” หรือ “จริงบางส่วน” เพื่อให้ผู้บริโภคใช้ปัญญารวมหมู่ในการพิจารณาข้อมูลรอบด้านก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งแต่ละคนอาจให้คุณค่าต่างกัน บางคนเลือกเพราะรักษาสภาพแวดล้อมรอบข้างไม่ให้มีควันรบกวนเพื่อนบ้าน หรือบางคนเลือกเพราะความคุ้มค่าและเทคโนโลยีที่ทันสมัย

นอกจากนี้ ในวงเสวนายังได้วิเคราะห์ถึงประเด็นมลพิษหลังหมดอายุการใช้งาน ซึ่งเป็นข้อกังวลของผู้บริโภคเรื่องการจัดการซากแบตเตอรี่ โดยสุชัยและพลินีมีความเห็นสอดคล้องกันว่า แม้ปัจจุบันข้อมูลเรื่องนี้อาจยังไม่ชัดเจนเนื่องจากเป็นเทคโนโลยีใหม่ แต่ในอนาคตจะมีกระบวนการบริหารจัดการซากในระบบอุตสาหกรรมและการรีไซเคิลแบตเตอรี่ที่จะพัฒนาตามมา รถ EV จึงเปรียบเสมือนสินค้าเทคโนโลยีเช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนที่ผู้ใช้ต้องศึกษาองค์ความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ เช่น วิธีการชาร์จไฟที่เหมาะสมเพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุด พร้อมฝากทิ้งท้ายให้ผู้บริโภคตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจเชื่อหรือซื้อสินค้า เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของตนเองมากที่สุด

Related Post