ข่าวด่วน
Sat. Jul 25th, 2026
ตลาดเขียวน้ำยืน

รายการ “รับมือโลกที่เปลี่ยนไป” EP.13 ในหัวข้อ “ทำไมต้องมีตลาดออร์แกนิก? 5” ออกอากาศเมื่อวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00-15.00 น. ดำเนินรายการโดย สุชัย เจริญมุขยนันท ได้ร่วมพูดคุยกับตัวแทนเกษตรกรและบุคลากรทางการแพทย์จากอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ถึงแนวคิดการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์และการสร้างตลาดออร์แกนิก เพื่อรอดพ้นจากปัญหาการใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงในพื้นที่

จากดินอาบยาพิษสู่ระบบนิเวศธรรมชาติเกษตรกรน้ำยืนเปิดใจทำอินทรีย์ 100%

นายสัญจร พุดผา เกษตรกรอินทรีย์และประธานกลุ่มเกษตรอินทรีย์อำเภอน้ำยืน จากสวนผลไม้อินทรีย์ อ.น้ำยืน เปิดเผยว่า ตนเองทำเกษตรอินทรีย์มาเกือบ 20 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 โดยไม่ใช้สารเคมีเลย แรงบันดาลใจเกิดจากการเคยเป็นผู้นำชุมชนและวิทยากรเศรษฐกิจพอเพียง ร่วมกับพัฒนาชุมชนและ กอ.รมน. ซึ่งมักได้ยินคำกล่าวว่าเกษตรอินทรีย์ทำยากและไม่ได้ผล จึงเกิดความท้าทายอยากลงมือทำเป็นตัวอย่าง

ก่อนหน้านี้เคยทำเกษตรเคมี ปลูกข้าวโพดและมันสำปะหลังที่ต้องพึ่งพายาฆ่าแมลง ต่อมาเมื่อรับการตรวจพบว่ามีความเสี่ยงจากสารเคมีตกค้าง จึงหันมาปลูกไม้ยืนต้น เริ่มจากฝรั่ง กล้วย มะม่วง และเดินทางไปศึกษาดูงานที่อำเภอกันทรลักษ์ด้วยตนเอง ในช่วงแรกต้องสู้กับศัตรูพืช เช่น เพลี้ยอ่อน ซึ่งใช้วิธีใช้มือบีบเด็ดใบไปตากแดด ส่วนแมลงวันทองใช้วิธีการห่อผลไม้ สำหรับมะม่วงใช้วิธีพ่นสารสกัดสะเดาป้องกันล่วงหน้า ปัจจุบันภายในสวนมีการปลูกพืชผสมผสานกว่า 50 ชนิด เช่น ทุเรียน เงาะ ลำไย มังคุด น้อยหน่า แก้วมังกร

นายสัญจร เล่าถึงเทคนิคการจัดการศัตรูพืชว่า เนื่องจากพื้นที่รอบข้างใช้สารเคมี สวนของตนจึงเปรียบเสมือนไข่แดง จึงใช้วิธีสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ให้เหมือนธรรมชาติ ปลูกพืชดักแมลง เช่น ปลูกทองหลางน้ำและโกโก้ใกล้กับทุเรียน เพื่อให้แมลงไปกัดกินทองหลางน้ำแทนยอดทุเรียน การสร้างจุลินทรีย์ ไส้เดือน และทำให้ดินสมบูรณ์จะช่วยให้พืชแข็งแรงมีภูมิคุ้มกัน แม้ในช่วงแรกจะถูกผู้คนและเกษตรกรรายอื่นมองว่าบ้า หรือเสียดสีว่าทำไม่ได้ผล แต่ปัจจุบันสามารถพิสูจน์ได้ว่าทำได้จริง นอกจากนี้ยังได้ถ่ายทอดความรู้ให้หลานๆ ในครอบครัววัยประถมศึกษาเรียนรู้การตัดแต่งกิ่งและดูแลต้นทุเรียนอินทรีย์ เพื่อสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่อีกด้วย

ด้าน กานติมา อยู่เจริญ หรือ คุณตุ๊ก จากบ้านสวนใบบุญ อ.น้ำยืน กล่าวว่า จุดเริ่มต้นเกิดจากการทำงานที่กรุงเทพฯ และได้ไปอบรมเกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์ที่พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ (บ้านของพ่อ) จังหวัดปทุมธานี เมื่อกลับมาบ้านได้เห็นความเจ็บป่วยของคนรอบข้างจากการทำเกษตรเคมี ทำให้ไม่อยากให้สารเคมีเข้าสู่ร่างกาย จึงเริ่มทำเกษตรอินทรีย์มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560

ปัจจุบันในสวนมีการปลูกมะม่วงเบา มะพร้าว กล้วย ลำไย เงาะ รวมถึงการขยายพันธุ์กิ่งไม้ ปัญหาหลักที่พบคือวัชพืชในช่วงหน้าฝน ซึ่งแก้ไขด้วยการขยันตัดด้วยมือ ไม่พึ่งเคมี และนำผลผลิตมาทำการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน โอทอป (OTOP) พร้อมนำไปวางจำหน่ายในมาร์เก็ต ธ.ก.ส. และสำนักงานเกษตร

สร้างความเชื่อมั่นด้วยมาตรฐาน PGS และระบบตรวจสอบย้อนกลับ

สำหรับข้อสงสัยของผู้บริโภคเรื่องความเป็นอินทรีย์ 100% นางสาวกานติมา ชี้แจงว่า ตนเองใช้การเล่าเรื่อง (Storytelling) แสดงกระบวนการทำเกษตรอินทรีย์ผ่านคลิปและโพสต์ทาง Facebook “บ้านสวนใบบุญกานติมา” เพื่อให้ผู้บริโภคตรวจสอบย้อนกลับได้ รวมถึงเปิดให้เดินทางมาเยี่ยมชมที่สวนได้จริง นอกจากนี้ ผลผลิตของทั้งสองสวนยังได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (PGS) ซึ่งมีภาคส่วนต่างๆ ร่วมตรวจรับรอง

นายสัญจร เสริมว่า การมีใบรับรองมาตรฐาน PGS และการนำเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลลงพื้นที่ตรวจแปลงจริง เป็นสิ่งยืนยันความบริสุทธิ์ของผลผลิต และสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและผู้ป่วย

โรงพยาบาลน้ำยืนเปิดตลาดสีเขียวเชื่อมโยงสุขภาพและการสร้างรายได้

นางสาวพัชรี ชินวงศ์ ผู้ปฏิบัติงานกลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลน้ำยืน กล่าวว่า โรงพยาบาลน้ำยืนขับเคลื่อนนโยบาย Green & Clean Hospital เพื่อสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค การกินอาหารปลอดภัยไร้สารเคมีจะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือด และโรคหัวใจ

โรงพยาบาลจึงเปิดพื้นที่ “ตลาดสีเขียว” บริเวณหน้าโรงพยาบาลทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 07.00 – 12.00 น. ให้เกษตรกรนำผลผลิตอินทรีย์มาจำหน่ายฟรีโดยไม่คิดค่าบริการ ค่าโต๊ะ หรือค่าเก้าอี้ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วยที่มาตามนัด และญาติผู้ป่วย เนื่องจากได้สินค้าคุณภาพดี ราคาถูก และปลอดภัยไร้สารเคมี 100% นอกจากนี้ โรงอาหารของโรงพยาบาลยังอุดหนุนผลไม้อินทรีย์จากเกษตรกร เช่น ฝรั่ง เงาะ มะละกอ เพื่อนำไปประกอบอาหารกลางวันและอาหารเย็นให้กับผู้ป่วยอีกด้วย

ข้อเสนอแนะทิศทางพัฒนาเกษตรอินทรีย์น้ำยืน

ในช่วงท้ายของการพูดคุย ตัวแทนเกษตรกรได้เสนอแนวทางการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่ โดย นางสาวกานติมา อยากให้มีการสนับสนุนด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม การลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มช่องทางการตลาด การดึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นเพื่อเพิ่มมูลค่า และการจัดตั้งศูนย์แปรรูปในชุมชนเพื่อให้เกษตรกรรายย่อยใช้งานร่วมกัน

ขณะที่ นายสัญจร เสนอว่า อยากให้นักวิชาการเกษตรและหน่วยงานรัฐเข้ามาสัมผัสและทดลองดูการทำเกษตรอินทรีย์จริง เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์และส่งเสริมเกษตรกรรายเล็กอย่างมั่นใจ ด้าน นางสาวพัชรี สรุปว่า ความสำเร็จของตลาดสีเขียวเกิดจากการทำงานร่วมกันของโรงพยาบาล เกษตรกร ผู้บริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานเกษตรในพื้นที่ โดยเน้นย้ำว่าตลาดสีเขียวเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

Related Post