ข่าวด่วน
Sat. Aug 22nd, 2026
organics

เมื่อวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 ในรายการ “รับมือโลกที่เปลี่ยนไป” EP.15 ภายใต้หัวข้อ “ทำไมต้องมีตลาดออร์แกนิก? 7 ตลาดเกษตรกรโลตัสเพื่อชุมชน” ดำเนินรายการโดย สุชัย เจริญมุขยนันท ได้ร่วมพูดคุยกับตัวแทนภาครัฐและกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดอุบลราชธานีที่มุ่งมั่นทำการเกษตรแบบอินทรีย์และปลอดภัย เพื่อสะท้อนความสำคัญของการผลิตอาหารที่ไม่ใช้สารเคมีและการเชื่อมโยงช่องทางตลาดตรงสู่ผู้บริโภค

ชาญนุช แก้วเงินยวง ผู้แทนเกษตรกร “ตลาดเกษตรกรโลตัสเพื่อชุมชนสาขาวารินชำราบ” เปิดเผยว่า ที่สวนของตนเองปลูกฝรั่งเป็นหลัก ได้รับมาตรฐาน GAP และทำแบบอินทรีย์ผสมผสาน มีทั้งฝรั่งกิมจูและฝรั่งไส้แดง รวมถึงในชุมชนยังมีกลุ่มแปลงใหญ่ปลูกเห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า และเห็ดขอนขาว จุดเริ่มต้นเกิดจากความชอบรับประทานผักผลไม้ปลอดภัยในครัวเรือน จึงค่อยๆ ขยายผลผลิตและมุ่งมั่นทำเกษตรอินทรีย์เพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าที่ปลอดภัย ปัจจุบันมีช่องทางจำหน่ายที่ตลาดโลตัสเพื่อชุมชนทุกวันอาทิตย์ งานแสดงสินค้าของพาณิชย์จังหวัด และช่องทางออนไลน์ผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ “สวนฝรั่งชาญนุช” นอกจากนี้ยังระบุว่าแม้การทำเกษตรอินทรีย์จะมีต้นทุนการดูแลที่สูงและต้องเอาใจใส่เรื่องโรคแมลงมากกว่าปกติ แต่ลูกค้ากลุ่มรักสุขภาพเข้าใจ ให้ความสนใจสอบถามกระบวนการผลิต และเกิดการแลกเปลี่ยนพูดคุยกันเป็นอย่างดี โดยสินค้าขายดีคือฝรั่งไส้แดงที่มีรสชาติหวานกรอบ สดใหม่ และเห็ดสด ซึ่งกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนรักสุขภาพตั้งแต่วัย 20–30 ปี ไปจนถึง 40–60 ปีขึ้นไป

ทางด้าน ศุภชัย เครือวงศ์ ผู้แทนเกษตรกร “ตลาดเกษตรกรโลตัสเพื่อชุมชนสาขาอุบลราชธานี” เล่าว่า ตนเองเรียนจบด้านการเกษตรและมีความชื่นชอบเกษตรอินทรีย์และการปลูกต้นไม้ ต่อมาได้รับการชักชวนจากพี่ท่านหนึ่งที่อยู่ข้างกันให้มาช่วยงานและฝึกงานที่สวน โดยค่อยๆ ปรับเปลี่ยนจากการใช้เคมีมาสู่อินทรีย์ ซึ่งต้องใช้เวลาปรับกระบวนการนานถึง 2–3 ปี ผลผลิตในสวนมีทั้งมะเขือเทศเชอร์รี่ แบล็กเบอร์รี และมัลเบอร์รี ปัจจุบันวางจำหน่ายที่โรงพยาบาลม่วงสามสิบ และตลาดเกษตรกรโลตัสเพื่อชุมชนสาขาเมืองอุบลราชธานี (ตั้งอยู่บริเวณหน้า KFC หรือหน้า DIY ภายในห้างสาขาใหญ่หน้าโรงเรียนกีฬา) ทุกวันอาทิตย์ สำหรับสินค้าขายดีคือผักสลัดที่ลูกค้านิยมซื้อไปรับประทานสด และขึ้นฉ่ายสำหรับนำไปปั่นทำน้ำสุขภาพ ในกระบวนการผลิตเจอปัญหาเรื่องสภาพอากาศร้อนและฝนทิ้งช่วง จึงแก้ไขด้วยการนำพลาสติกสีดำมาคลุมแปลงดินเพื่อลดความร้อน พร้อมให้ข้อมูลความรู้แก่ลูกค้าถึงความแตกต่างระหว่างผักอินทรีย์ที่ปลูกในดินกับผักไฮโดรโปนิกส์ โดยลูกค้าประจำส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุและคนในชุมชนช่วงวัย 50–60 ปี

ด้าน ยุภาวดี อุดมศรี ผู้แทนเกษตรกร “ตลาดเกษตรกรโลตัสเพื่อชุมชนสาขาเดชอุดม” เจ้าของสวนเกษตรผสมผสาน “ยายคำสอน” กล่าวว่า ได้แบ่งพื้นที่จากการทำข้าวนาปีมาทำสวนผสมผสาน ปลูกพืช ผักสลัด ผักสวนครัวพื้นบ้าน เลี้ยงสัตว์ และเลี้ยงปลา สามารถเก็บผลผลิตได้ตลอดทั้งปี รวมทั้งปลูกพืชหลังนา คืองาดำพันธุ์อุบลราชธานี 3 แบบปลอดสารพิษ และรวมกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่เพื่อสร้างรายได้และขอรับรองมาตรฐาน GAP พร้อมทั้งต่อยอดแปรรูปเป็น “งาดำคั่วบด” ภายใต้แนวคิดการเป็นผู้ประกอบการที่บริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ แรงบันดาลใจเกิดจากการเคยทำงานที่กรุงเทพฯ แล้วต้องการกลับบ้านมาอยู่กับครอบครัวและสานต่อพื้นที่การเกษตรของพ่อแม่เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน สินค้าจำหน่ายผ่านตลาดโลตัสเดชอุดม (บริเวณโซนหน้าศูนย์อาหาร), ร้านค้าชุมชน และออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก “ยายคำสอน สวนเกษตรผสมผสาน” รวมถึงยูทูบ “ยายคำสอนแชนแนล” โดยสินค้าขายดีคืองาดำคั่วบด ผักสลัด และอาหารแปรรูปพื้นบ้าน เช่น หมกไก่ หมกหน่อไม้ ซึ่งกลุ่มลูกค้าแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มวัยทำงาน 30–40 ปี, กลุ่มผู้มีปัญหาด้านสุขภาพและกระดูกที่มาซื้องาดำ และกลุ่มผู้สูงอายุที่ดูแลสุขภาพ

ขณะที่ นิรันดร์ นาจาน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ สำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี ชี้แจงถึงบทบาทภาครัฐว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดและกรมส่งเสริมการเกษตรมีนโยบายผลักดันเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ ตั้งแต่มาตรฐาน GAP, PGS (PGS อุบล, PGS กินสบายใจ, PGS ม่วงสามสิบ) ไปจนถึง Organic Thailand เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค กิจกรรม “ตลาดเกษตรกรโลตัสเพื่อชุมชน” เป็นความร่วมมือที่ใช้หลักการตลาดนำการผลิต โดยโลตัสได้สนับสนุนพื้นที่ว่างในห้างให้เกษตรกรนำผลผลิตมาจำหน่ายโดยตรง เริ่มต้นสาขาแรกที่โลตัสวารินชำราบ เมื่อ 17 สิงหาคม 2568 (ดำเนินงานครบ 1 ปี) ตามด้วยสาขาเมืองอุบลราชธานี และสาขาเดชอุดมเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยเปิดจำหน่ายทุกวันอาทิตย์ เวลา 09.00–18.00 น. สร้างรายได้รวมทั้ง 3 สาขาอยู่ที่ 100,000–120,000 บาทต่อวัน (สาขาวารินชำราบและสาขาเมืองประมาณสาขาละ 45,000–50,000 บาท, สาขาเดชอุดมประมาณ 15,000–20,000 บาท)

นิรันดร์ นาจาน ระบุเพิ่มเติมว่า เกษตรกรที่เข้าร่วมต้องผ่านการคัดกรอง 3 ขั้นตอน คือ 1. เป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์หรือเกษตรปลอดภัยด้วยตนเองจริง 2. ได้รับมาตรฐานรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ 3. เกษตรอำเภอลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมจริง ในตลาดมีการกำหนดให้แสดงใบรับรองมาตรฐานและป้ายร้านชัดเจน มีการตั้งคณะกรรมการกลุ่มบริหารจัดการกันเอง และร่วมกันลงทุนจัดซื้อโต๊ะและเสื้อแบรนด์ของกลุ่ม ทั้งนี้ ในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 จะมีการเปิดตลาดเพิ่มอีก 1 แห่ง ณ โลตัส สาขาพิบูลมังสาหาร รวมเป็น 4 สาขา จึงขอเชิญชวนผู้บริโภคที่รักสุขภาพมาร่วมอุดหนุนและส่งเสริมพี่น้องเกษตรกรอินทรีย์ตัวจริง

Related Post