ข่าวด่วน
Fri. May 1st, 2026
ไม่เผาฟาง

อุบลราชธานี – เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ในรายการ “รับมือโลกที่เปลี่ยนไป EP.7” ดำเนินรายการโดย สุชัย เจริญมุขยนันท ได้มีการเสวนาในหัวข้อที่กำลังเป็นประเด็นร้อนคือ เกษตรกรไม่เผาเราทำได้จริงหรือ?” โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญและเกษตรกรตัวอย่างที่ลงมือทำจนประสบความสำเร็จมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์เพื่อยืนยันว่า การหยุดเผาไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

นโยบายรัฐไม่เผาแต่มีรายได้และการบังคับใช้กฎหมาย

รัชนีกรพบบุญเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยถึงนโยบายเชิงรุกว่า ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดยมีการทำ MOU ร่วมกับปศุสัตว์จังหวัดและเครือข่ายกลุ่มโคนม เพื่อรับซื้อฟางข้าวจากเกษตรกร

“เราใช้กุศโลบายผ่านกิจกรรม ‘ผ้าป่าไม่เผา’ ที่ตำบลบ้านไทย อำเภอเขื่องใน ซึ่งเป็นจุดที่เคยมีความร้อนสูงที่สุด ผลปรากฏว่าสามารถลดจุดความร้อนลงได้ถึง 50% และได้รับรางวัลชุมชนต้นแบบระดับประเทศ” นอกจากนี้ เกษตรจังหวัดยังเน้นย้ำถึงบทลงโทษทางกฎหมายว่า หากเกษตรกรเผาในช่วงห้ามเผา (1 ก.พ. – 31 มี.ค.) จะถูกตัดสิทธิ์จากการเข้าร่วมโครงการภาครัฐเป็นเวลา 2 ปี รวมถึงมีความผิดตามกฎหมายอาญาและ พ.ร.บ.สาธารณสุข ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ

เสียงสะท้อนจากคนทำจริง: ไม่เผาคือการไม่เผาเงินทิ้ง

เอนกยั่วยวนประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่.สว่าง.สว่างวีระวงศ์ ระบุว่ากลุ่มนาแปลงใหญ่ใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรกลจากการสนับสนุนของภาครัฐ เช่น รถอัดฟาง เพื่อบริการสมาชิกในราคาถูก

  • การอัดฟาง: เป็นทางเลือกที่เปลี่ยนจากขยะให้กลายเป็นเงิน โดยฟางก้อนสามารถขายได้ก้อนละ 5-10 บาท หรือประมาณ 700 บาทต่อไร่ 
  • การไถกลบ: นายเอนกชี้แจงว่ารถไถสามารถไถกลบตอซังได้ทุกพื้นที่ แต่อาจต้องใช้เทคนิคการไถซ้ำหรือใช้ “ผานหัวหมู” เพื่อให้งานออกมาสวยงาม ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแต่คุ้มค่าในระยะยาว 

ด้าน ประภาพรสีบัวเกษตรกรอินทรีย์.ไร่ใต้.พิบูลมังสาหาร ยืนยันจากประสบการณ์จริงว่า “การไม่เผาไม่ใช่ปัญหาของรถไถ แต่ขึ้นอยู่กับตัวเกษตรกรเอง” เธอทำนาอินทรีย์ 18 ไร่โดยไม่เคยเผา เพราะเสียดายเศษฟางที่จะกลายเป็นปุ๋ยชั้นดี ช่วยลดต้นทุนการซื้อปุ๋ยเคมีได้มากกว่า 260 บาทต่อไร่ และยังทำให้ผลผลิตข้าวได้ปริมาณมากกว่าการเผาทิ้ง

สรุปทางออก “5 ดีเพื่อเกษตรกรไทย

ในช่วงท้ายของการเสวนา เกษตรจังหวัดอุบลราชธานีได้ฝากแนวคิด “5 ดี หากเกษตรกรหยุดเผา ได้แก่:

  1. อากาศดี: ลดฝุ่น PM 2.5
  2. ดินดี: จุลินทรีย์ในดินไม่ถูกทำลาย
  3. สิ่งแวดล้อมดี: ระบบนิเวศสมดุล
  4. สุขภาพดี: ลดความเสี่ยงโรคทางเดินหายใจในคนทุกวัย
  5. รายได้ดี: จากการขายฟางและลดต้นทุนปุ๋ย

นอกจากนี้ ทางจังหวัดเตรียมนำร่องการใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังจาก สวทช. ที่สามารถย่อยสลายฟางได้ภายใน 7 วัน เพื่อช่วยให้เกษตรกรไถเตรียมดินได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาการเผาอีกต่อไป

Related Post