อุบลราชธานี – รายการ “รับมือโลกที่เปลี่ยนไป” EP.18 ออกอากาศเมื่อวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2569 ได้หยิบยกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการบูรณาการความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ของจังหวัดอุบลราชธานี ในการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด พ.ศ. 2571-2575 เพื่อรับมือกับวิกฤตความเหลื่อมล้ำ ความยากจน ปัญหาภัยพิบัติ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมี พรรณี เสมอภาค คณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) อุบลราชธานี, มนันยา นันทิรังรอง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุบลราชธานี, และ ศิริวรรณ อาษาศรี ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อสุขภาพและการแบ่งปัน ร่วมพูดคุยดำเนินรายการโดย สุชัย เจริญมุขยนันท
พรรณี เสมอภาค เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของการรวมตัวกันเกิดขึ้นหลังจากสมาคมส่งเสริมภาคประชาสังคม (สสป.) ร่วมกับ สสส. และสภาพัฒน์ มองเห็นว่าภาครัฐหรือภาคประชาสังคมฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถทำงานลำพังได้ท่ามกลางวิกฤตปัญหาที่ซับซ้อน จึงได้นำร่อง 9 จังหวัด โดยอุบลราชธานีเป็นหนึ่งในนั้น เริ่มต้นพูดคุยตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 ร่วมกับ 18 องค์กรภาคประชาสังคม จนปัจจุบันขยายผลเป็น 77 องค์กร และมีท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัด ภูสิต สมจิตต์ เป็นประธานการประชุม
กระบวนการดังกล่าวทำให้ภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการเสนอโครงการบรรจุไว้ในเส้นทางงบประมาณ (Budget Line) ของแผนพัฒนาจังหวัด พ.ศ. 2571-2575 ถึง 36 โครงการ ครอบคลุม 5 ยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัย นอกจากนี้ ยังมีการผลักดันให้เกิดกลไกคณะกรรมการจัดทำแผนบริหารงานแบบบูรณาการระดับพื้นที่ (ก.บ.อ.) ในระดับอำเภอ จำนวน 35 คน เพื่อติดตามตรวจสอบและร่วมพัฒนาแผนอย่างชัดเจน
ด้าน มนันยา นันทิรังรอง จากสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุบลราชธานี ระบุว่า ทางสำนักงานฯ ได้ลงพื้นที่จัดทำแผนพัฒนาการเกษตรระดับหมู่บ้านมาต่อเนื่อง 4 ปี ทำให้ทราบปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของพื้นที่ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องแหล่งน้ำและเครื่องมือทำการเกษตร ซึ่งเมื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกับภาคประชาสังคม จะช่วยให้เห็นมุมมองที่กว้างขึ้น และสามารถนำปัญหาที่ใหญ่เกินกว่างบฟังก์ชันของกระทรวงเกษตรฯ เข้ามาบรรจุเป็นโครงการในแผนพัฒนาจังหวัดเพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุนได้ พร้อมกันนี้ผู้บริหารระดับสูงยังเปิด Dรับฟังเสียงสะท้อนจากพื้นที่มากขึ้นเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด
ขณะที่ ศิริวรรณ อาษาศรี ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อสุขภาพและการแบ่งปัน สะท้อนมุมมองในฐานะภาคประชาสังคมว่า บทบาทของภาคประชาสังคมคือการทำหน้าที่เป็น “ข้อต่อ” สำคัญในการเชื่อมโยงคนในพื้นที่ที่เข้าไม่ถึงบริการของรัฐ เช่น กลุ่มเปราะบาง ผู้ประสบภัยพิบัติ หรือปัญหาชายแดน เข้าสู่กระบวนการวางแผนร่วมกับหน่วยงานรัฐ แม้ในช่วงแรกการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐและภาคประชาสังคมอาจมีความท้าทายในเรื่องระเบียบปฏิบัติและจังหวะเวลาที่แตกต่างกัน แต่การมีเวทีพูดคุยและทำ Workshop ร่วมกัน ทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน มุ่งเป้าไปที่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนชาวอุบลราชธานี ลดความซ้ำซ้อนในการช่วยเหลือ และทำให้การแก้ไขปัญหามีความยั่งยืนในอีก 5 ปีข้างหน้า

