สถานการณ์ภัยไซเบอร์ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหาการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามาสร้างสลิปโอนเงินปลอมเพื่อหลอกลวงพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนทั่วไป ซึ่งนับวันยิ่งทำออกมาได้แนบเนียนและสังเกตด้วยตาเปล่ายากขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุด ในรายการ “โคแฟคสนทนา: รวมพลคนเช็กข่าว EP.53” ออกอากาศเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ดำเนินรายการโดย สุชัย เจริญมุขยนันท พร้อมด้วยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ได้ร่วมพูดคุยเจาะลึกถึงประเด็นดังกล่าว พร้อมแนะนำแนวทางปฏิบัติรู้เท่าทันข้อมูลเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
พลินี เสริมสินสิริ ผู้ประสานงานโคแฟค (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการทำธุรกรรมผ่านโมบายแบงก์กิ้งและการใช้สลิปโอนเงินเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนใช้กันอยู่เป็นประจำ ในสลิปโดยทั่วไปจะมีข้อมูลชื่อผู้โอน เลขที่บัญชี ยอดเงิน วันและเวลา ซึ่งในอดีตการสังเกตสลิปปลอมทำได้ค่อนข้างง่ายเนื่องจากภาพไม่ชัดเจนหรือฟอนต์ตัวอักษรมีความผิดปกติ แต่ในยุคปัจจุบันที่ AI สามารถแก้ไขและสร้างภาพได้อย่างง่ายดาย ทำให้การปลอมแปลงสลิปโอนเงินมีความแนบเนียนและสมจริงยิ่งขึ้น เครือข่ายโคแฟคจึงให้ความสำคัญกับการสร้างภูมิคุ้มกันและการรู้เท่าทันข้อมูล เพื่อให้ทั้งผู้บริโภคและพ่อค้าแม่ค้ามีแนวทางและหลักฐานในการตรวจสอบอย่างถูกต้อง
ด้าน เกรียงไกร รัชตามุขยนันต์ วิทยากรประจำรายการ Modern Market ทางคลื่นความคิด FM 96.5 ได้กล่าวเสริมถึงวิธีการสังเกตและรับมือกับสลิปปลอมว่า การพิจารณาด้วยตาเปล่าหรือการมองผ่าน ๆ หน้างานในขณะที่มีลูกค้าพลุกพล่านและมีความชุลมุนเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก เนื่องจากมิจฉาชีพมักอาศัยจังหวะความเร่งรีบและความลนลานของพ่อค้าแม่ค้าในการลงมือกระทำความผิด รูปแบบการปลอมแปลงมีหลากหลายตั้งแต่ระดับมือสมัครเล่นไปจนถึงระดับแนบเนียน บางกรณีมิจฉาชีพอาจใช้วิธีการกดทำรายการในแอปพลิเคชันธนาคาร สแกนคิวอาร์โค้ด และใส่ตัวเลขจำนวนเงินครบถ้วน แต่ยังไม่กดยืนยันการโอน แล้วนำหน้าจอแสดงผลก่อนกดยืนยันมาให้ร้านค้าดู ทำให้หลงเชื่อว่าโอนเงินสำเร็จแต่แท้จริงแล้วเงินยังไม่เข้าบัญชี นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชันเถื่อนที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้ก่อเหตุสามารถเลือกธนาคารและระบุยอดเงินเพื่อทำสลิปปลอมได้อย่างแนบเนียน
สำหรับการป้องกันและวิธีแก้ปัญหาในมุมมองของพ่อค้าแม่ค้ามืออาชีพ เกรียงไกรแนะนำว่า การพึ่งพาการมองด้วยตาเปล่าอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป วิธีการที่มีประสิทธิภาพและป้องกันได้ดีที่สุดคือการใช้ระบบเสียงแจ้งเตือนหรือกล่องรับเงินของธนาคารที่มีเสียงประกาศยอดเงินโอนเข้าจริงทันทีเมื่อมีรายการสำเร็จ หรือการสมัครใช้งานแอปพลิเคชันสำหรับร้านค้าโดยเฉพาะ ซึ่งแยกต่างหากจากแอปพลิเคชันอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งส่วนบุคคล เพื่อให้ระบบส่งเสียงแจ้งเตือนหรือส่งข้อความแจ้งเตือนผ่านไลน์ไปยังมือถือทันทีที่มีเงินโอนเข้ามาจริง นอกจากนี้ ประชาชนทั่วไปยังสามารถป้องกันความเสียหายได้ด้วยการเข้าไปตั้งค่าจำกัดวงเงินการทำธุรกรรมโอนเงินต่อครั้งหรือต่อวันในแอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือทุกเครื่อง เพื่อจำกัดความเสียหายในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดคิด เช่น การจำกัดวงเงินของญาติผู้ใหญ่ในครอบครัวไม่ให้โอนเงินจำนวนมากเกินความจำเป็น
ในรายการยังได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเตือนภัยรูปแบบอื่น ๆ ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในกลุ่มเยาวชนและนักศึกษา เช่น มิจฉาชีพหลอกลวงผ่านเกมออนไลน์อย่างโรบล็อกซ์ (Roblox) โดยการล่อลวงให้เหยื่อส่งยูเซอร์เนมและรหัสผ่านเพื่อเข้าไปในด่านพิเศษ จนทำให้สูญเสียเงินและไอเทมภายในเกม รวมถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยี AI ปลอมเสียงหรือวิดีโอคอลเพื่อหลอกลวงญาติพี่น้องหรือคนในครอบครัวให้โอนเงิน ทั้งนี้ วิทยากรได้เน้นย้ำทริคสำคัญในการป้องกันตัวว่า หากได้รับการติดต่อผ่านทางโทรศัพท์หรือช่องทางออนไลน์ที่อ้างว่าเดือดร้อนและเร่งรัดให้ต้องโอนเงินทันที สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องตั้งสติ อย่าเพิ่งเชื่อ อย่าเพิ่งแชร์ และอย่าเพิ่งโอนโดยเด็ดขาด ควรใจเย็น ๆ ตัดสายแล้วโทรศัพท์กลับไปหาเจ้าตัวหรือบุคคลที่ถูกอ้างถึงโดยตรงเพื่อรีเช็กความถูกต้องทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในยุคดิจิทัล

